fbpx
Your cart

No products in the cart.

9 ข้อที่เจ้าของบ้านควรรู้ก่อนเริ่ม “ปรับปรุงบ้าน” (Renovation)

การปรับปรุงต่อเติมบ้าน (Renovation) จะช่วยปรับพื้นที่การใช้สอยภายในบ้านให้เหมาะกับผู้อยู่ ไม่ว่าจะเป็นปรับปรุงห้องครัวขนาดเล็ก, การทำห้องน้ำใหม่ให้เหมาะกับผู้สูงอายุ หรือแม้แต่การปรับปรุงเปลี่ยนโฉมบ้านทั้งหลังให้สวยงาม ฯลฯ แต่คุณรู้หรือไม่ว่า บ้านที่คุณกำลังจะปรับปรุงนั้นคุณจะต้องเริ่มพิจารณาจากตรงไหนก่อน ไม่ว่าจะเป็นการทุบรื้อกำแพง หรือการเลือกซื้อวัสดุต่างๆ แบบไหน ช่วงเวลาใดที่จะต้องซื้อวัสดุ การจัดลำดับก่อนหลังในการทำงาน อาจเป็นเรื่องยากและทำให้คุณใช้เงินไม่คุ้มค่ากับการปรับปรุงบ้าน หากคุณยังไม่ทราบ 9 ข้อนี้ 

1. Set Your Goal  – กำหนดเป้าหมายสำหรับการปรับปรุงบ้าน 

identify who’s living here – เราสามารถแบ่งโครงการที่กำลังจะปรับปรุงกับคน 3 ประเภท ว่าโครงการปรับปรุงใหม่นี้เป็นโครงการสำหรับใคร 

ตัวคุณเอง: การปรับปรุงบ้านสามารถนำไปใช้เพื่อปรับปรุงคุณภาพชีวิตของคุณเอง และหากเป็นกรณีนี้คุณควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าการเปลี่ยนแปลงที่คุณเลือกใช้นั้นตอบสนองกับไลฟ์สไตล์ และความต้องการของครอบครัวของคุณ ตั้งแต่การทุบกำแพงห้องครัว, พื้นที่นั่งเล่นแบบเปิดโล่งไปจนถึงการสร้างสระว่ายน้ำคุณควรคิดว่าโครงการปรับปรุงของคุณเป็นการลงทุนสำหรับอนาคตของครอบครัวคุณ หากจะไม่เพิ่มมูลค่าให้กับบ้าน หรือเหมาะสมการใช้ชีวิตของคุณในระยะยาวแสดงว่าอาจเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องสำหรับการรีโนเวทในครั้งนี้  

ผู้เช่า: หากการปรับปรุงของคุณเป็นอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน คุณจะต้องมองหาจุดคุ้มุทนสำหรับการเช่าให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ในขณะที่การดูแลรักษาทรัพย์สินให้อยู่ในระดับต้ำโดยเราสามารถเลือกวางเฉพาะเฟอร์นิเจอร์ลอยตัว ที่เหมาะแก่การย้ายออก หรือ ย้ายที่ได้ง่ายเพราะผู้เช่ามักจะมาพร้อมกับเฟอร์นิเจอร์บางชิ้น ในเรื่องของระบบไฟฟ้า ระบบประปาเพื่อการในการสร้างสวนที่สวยงามให้กับผู้เช่าของคุณ แต่ให้มุ่งเน้นไปที่บางสิ่งที่น่าสนใจสำหรับไลฟ์สไตล์ของพวกเขาแทนเช่น พื้นที่ใช้สอยที่ใหญ่ขึ้น คุณอาจคำนึงถึงกลุ่มเป้าหมายที่จะมาเช่าโครงการคุณเพื่อให้เรามีทิศทางในการปรับปรุงบ้าน  

ผู้ซื้อ: หากที่อยู่อาศัยนั้นนำมาปรับปรุงใหม่เพื่อขาย คุณควรมีความคิดที่ชัดเจนว่าผู้ซื้ออาจเป็นใคร ตัวอย่างเช่นหากบ้านของคุณเหมาะสำหรับครอบครัวและตลาดเป้าหมายของคุณคือครอบครัว ดังนั้นการลงทุนกับการจัดสวนใหม่ หรือการเพิ่มพื้นที่กลางแจ้งให้กว้างขวาง รวมไปถึงการเพิ่มห้องนอนชั้นล่างเพื่อเหมาะสมกับผู้สูงอายุ อาจจะเป็นเรื่องทีคุณต้องคำนึงเป็นอันดับแรกๆ

2. Site Survey –  ทำความรู้จักเกี่ยวกับบ้านหรืออาคารที่เราต้องการปรับปรุง

ทำความรู้จักเกี่ยวกับบ้านหรืออาคารที่เราต้องการปรับปรุงเบื้องต้นเช่น โครงสร้างของอาคาร อายุของอาคาร วัดพื้นที่ของอาคารเพื่อสามารถจำนวนพื้นที่และเพื่อเป็นข้อมูล เพื่อให้เจ้าของบ้านได้เตรียมงบประมาณได้อย่างสมเหตุสมผล การเรียนรู้เกี่ยวกับพื้นที่ๆต้องการปรับปรุง ทำให้เรามองเห็นปัญหาของพื้นที่และทำให้เราได้เตรียมตัวเบื้องต้นก่อน ข้อดีของการเข้าใจข้อมูลเบื้องต้นของพื้นที่ทำให้เราสามารถสื่อสารกับผู้ออกแบบหรือผู้รับเหมาได้ดีขึ้น 

3. Know Your Style  -เข้าใจสไตล์ของเรา 

เมื่อคุณรู้แล้วว่าคุณกำลังปรับปรุงให้กับใครคุณก็เริ่มคิดได้ว่าคุณต้องการให้พื้นที่นั้นเป็นอย่างไร ทำความรู้จักตัวเราเองว่าต้องการปรับปรุงไปในทิศทางไหน เราแนะนำให้คุณทำการศึกษาเพิ่มเติมก่อนที่คุณจะจ้างมืออาชีพมาทำการออกแบบและก่อสร้างให้ คุณควรพอเข้าใจถึงความต้องการของตัวเอง และคำนึงถึงฟังก์ชันที่จำเป็นสำหรับคนที่อยู่อาศัย โครงสร้าง รูปแบบให้เหมาะกับผู้อยู่ คุณอาจจะเริ่มต้นจากการดูภาพถ่ายจากอินเตอร์เน็ต เพื่อค้นหาสี และ สไตล์ที่ชอบ โดยแบ่งเป็นภาพรวมของพื้นที่ปรับปรุง และรายละเอียดอย่าง ชนิดของวัสดุ หรือเฟอร์นิเจอร์ หลังจากนั้นคุณจะสามารถสื่อถึงความต้องการของคุณต่อทีมงานที่จะช่วยให้คุณเข้าใกล้การบรรลุพื้นที่ในฝันได้อีกก้าวหนึ่ง

4. Set Your Cost Budget – จัดสรรค์งบประมาณ 

กำหนดงบประมาณตามความเป็นจริง – คุณต้องสร้างรายการสำหรับทุกสิ่งที่คุณต้องการสำหรับการปรับปรุงและค่าใช้จ่ายของแต่ละรายการแยกกัน ซึ่งรวมถึงสิ่งเล็กน้อย เช่นลูกบิดประตูใหม่และฮาร์ดแวร์ของตู้ ไปจนถึงของชิ้นใหญ่ เช่น โซฟาใหม่และเครื่องใช้ในครัว โดยคุณต้องพิจารณาด้วยว่าคุณจะจ่ายเงินให้กับผู้ค้าจำนวนเท่าใดซึ่งเป็นที่ที่มีการเสนอราคา ซึ่งแสดงค่าใช้จ่ายทั้งหมด และข้อตกลงที่มีการลงนามอย่างถูกต้อง 

5. Plan for Plan B – วางแผนสำหรับแผนสำรอง

 วางแผนสำหรับสิ่งที่ไม่ได้วางแผนไว้ – การมีงบประมาณที่ชัดเจนเป็นสิ่งสำคัญ แต่ก็จำเป็นเช่นกันที่จะต้องเว้นที่ว่างไว้เล็กน้อยสำหรับค่าใช้จ่ายที่เกิดจากความผิดพลาดหรือฉุกเฉิน ไม่ว่าคุณจะวางแผนและค้นคว้ามาล่วงหน้ามากแค่ไหน โอกาสที่จะเกิดสิ่งที่ไม่คาดคิดก็ยังมีอยู่ และคุณจะต้องเตรียมพร้อมกับเรื่องเหล่านี้

ดังนั้นควรมีเงินสำรองสำหรับค่าใช้จ่ายที่คาดไม่ถึงประมาณ 10 – 20% ของงบประมาณทั้งหมดของคุณ และหมั่นพบกับทีมมืออาชีพของคุณ เพื่อหารือเกี่ยวกับสถานการณ์ต่างๆก่อนจะเกิดปัญหา เช่น งานไฟฟ้าไม่ตรงตามรหัส, วัสดุหรือเฟอร์นิเจอร์ที่เลือกไว้จะต้องทำการสั่งล่วงหน้า และมีค่าใช้จ่ายในการขนส่งพิเศษ ฯลฯ

6. Set Relevant Timeline – วางตารางเวลาอย่างสมเหตุสมผล

ทำตามตารางเวลาที่เข้มงวด – คุณต้องมีแผนเสมอ อย่างเช่น การสั่งวัสดุและของต่างๆ จะต้องทำตารางการสั่งซื้อ และนัดวันเวลาเข้าส่งให้ดี เพราะเรื่องที่ดูเล็กน้อยนี้อาจจะทำให้ชีวิตของคุณวุ่นวายได้ไม่น้อยเลย

กำหนดการของคุณ ควรจัดทำร่วมกับทีมมืออาชีพของคุณด้วย ควรระบุงานที่ต้องทำในบ้านและเรียงตามลำดับ นอกจากนี้ยังช่วยแบ่งโครงการออกเป็นขั้นตอนต่างๆ เช่น การปรับปรุงห้องน้ำ, การรื้อผนังห้องนั่งเล่น, การแปลงห้องใต้หลังคา และแต่ละส่วนจะมีกำหนดการที่แยกกันในรายละเอียด

7. Temporary Living Cost – วางแผนค่าใช้จ่ายระหว่างต่อเติมบ้าน

ข้อนี้อาจไม่ได้หมายถึงชีวิตของคุณ แต่มันหมายถึงการใช้ชีวิตของคุณจะมีการเปลี่ยนไประหว่างการปรับปรุงบ้าน เพราะพื้นที่ของบ้านคุณกำลังจะถูกรื้อถอนและก่อสร้างใหม่ และนั่นขึ้นอยู่กับว่าโครงการปรับปรุงของคุณมีขนาดใหญ่แค่ไหน คุณอาจต้องจัดเตรียมที่อยู่อาศัยอื่น ให้คุณวางแผนเรื่องนี้สำหรับช่วงเริ่มต้นของโครงการเพื่อให้คุณรู้ว่าคุณกำลังจะไปที่ไหน และเมื่อใด ที่สำคัญ อย่าลืมว่าสิ่งนี้ควรรวมอยู่ในงบประมาณของคุณด้วย

8. Hire a Reliable Designer – หาทีมออกแบบที่น่าเชื่อถือ

ทีมออกแบบ – เมื่อคุณรวบรวมข้อมูล ความต้องการแต่พอเข้าใจถึงสไตล์ และรูปแบบการปรับปรุงที่คุณต้องการแล้ว คุณควรหาทีมออกแบบมืออาชีพที่สามารถให้คำแนะนำกับคุณได้เป็นอย่างดีเพื่อความเหมาะสมกับเอาไอเดียที่คุณมี เพื่อผสานและสร้างสรรค์ออกมาให้สวยงามและลงตัวกับพื้นที่เดิม และทีมออกแบบมืออาชีพยังสามารถตอบคำถามคุณเกี่ยวกับข้อสงสัยที่คุณมีต่างๆได้หากคุณมีคำถามเกี่ยวกับการปรับปรุงบ้าน การมองหาทีมที่ถูกใจและไว้ใจได้เราอาจจะต้องเลือกนักออกแบบหรือบริษัทออกแบบที่มีความเชื่อถือหรือเลือกจากประสบการณ์ที่ทีมนั้นมีมาก่อน ทีมออกแบบมืออาชีพสามารถแนะนำข้อดี ข้อเสียของการปรับปรุงได้อย่างดี และสามารถดูแลงานก่อสร้างให้เป็นไปตามแบบ รวมไปถึงทีมที่ดีจะช่วยเจ้าของบ้านแก้ไขปัญหาต่างๆ หน้างานได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

ดูผลงานการออกแบบและตกแต่งของเราได้ที่นี่

9. Find The Right Construction Team – หาทีมก่อสร้างที่ใช่

ข้อสุดท้ายนี้มักจะเป็นปัญหากับใครหลายๆคนที่อาจจะไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อน เพราะทีมก่อสร้างเป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้กันกับทีมออกแบบ การมองหาทีมที่จะมาช่วยเนรมิตฝันของคุณให้เป็นจริงได้อาจจะต้องใช้เวลาศึกษาผลงานหรือ creditials ก่อนตัดสินใจเลือกสักนิด คุณควรมองหาทีมงานที่คุณสามารถไว้ใจได้ว่าจะทำผลงานให้ออกมาดีและจะไม่ทิ้งงานกัน ที่สำคัญพวกเขาควรมีประสบการณ์และเข้าใจในสไตล์งานที่คุณต้องการ หากคุณมืดแปดด้านกับเรื่องนี้ คุณสามารถสอบถามทีมออกแบบของคุณเพื่อปรึกษาหาทีมก่อสร้างให้กับคุณได้เช่นกัน 

Have project in mind?

บริษัท Muller Design Solution คือบริษัททีมผู้เชียวชาญด้านออกแบบตกแต่งภายในและเฟอร์นิเจอร์ครบวงจร เรามุ่งเน้นที่จะพัฒนางานของเรา ต่อยอดความต้องการในระดับพรีเมี่ยมที่ไม่เหมือนใคร แก้ไขปัญหาและหาทางออกผ่านกระบวนการทางความคิดและพัฒนาด้านการผลิตพร้อมด้วยทีมงานก่อสร้างระดับพรีเมี่ยมที่จะเนรมิตความคิดสร้างสรรค์และความฝันของคุณให้เป็นจริง

Up